วันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เราจะแก้ปัญหาต่างๆอย่างไรดี

กระบวนการแก้ไขปัญหา

มีขั้นตอนการปฏิบัติ 4 ขั้นตอน ดังนี้
   
      1. วิเคราะห์และกำหนดรายละเอียดของปัญหา
               ขั้นตอนนี้ต้องทำความเข้าใจ วิเคราะห์ และกำหนดรายละเอียดของปัญหาก่อนว่า
                   - สิ่งที่ต้องทำคืออะไร
                   - มีเงื่อนไขอะไรบ้าง
                   - แนวทางหรือประสบการณ์เดิมที่เคยมีอยู่มีอะไรบ้าง เพียงพอต่อการแก้ปัญหาได้หรือไม่ หรือ
                     ถ้าไม่เพียงพอจะต้องเพิ่มเติมอย่างไรบ้าง                    
 
       2. วางแผนการแก้ปัญหา
                เป็นการหาวิธีการแก้ปัญหาว่า ต้องใช้ความรู้ อุปกรณ์ เครื่องมือ และขั้นตอนการแก้ปัญหาอย่างไร
          การวางแผนแก้ปัญหาควรหาทางเลือกที่หลากหลายวิธี และบันทึกทางเลือกที่เป็นไปได้ไว้ทุกๆประเด็น

       3. ดำเนินการแก้ปัญหา
                 เป็นการกระทำตามแผนที่กำหนดไว้ ซึ่งในระหว่างลงมือปฏิบัิติอาจพบแนวทางแก้ปัญหาที่ดีกว่าวิธีที่คิดไว้ ก็สามารถปรับเปลี่ยนวิธีได้

       4. ตรวจสอบและปรับปรุง
                  เมืื่อดำเนินการแก้ปัญหาเสร็จแล้ว ควรนำผลที่ได้่มาตรวจสอบว่าเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องหรือไม่ ถ้าถูกต้องจะได้นำไปเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาครั้งต่อไป แต่ถ้าไม่ถูกต้องจะได้ปรับปรุงวิธีการใหม่เพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ตัวอย่าง ปัญหา : นักเรียนลืมนำเงินมาโรงเรียน จึงไม่มีเงินซื้ออาหารกลางวัน
  ขั้นตอนที่ 1 : วิเคราะห์และกำหนดรายละเอียดของปัญหา
                        1) สิ่งที่ต้องการ คือ ทำอย่างไรจะได้รับประทานอาหารกลางวัน
                        2) สิ่งที่รู้แล้ว คือ ไม่มีเงินซื้ออาหารกลางวัน เพราะลืมนำเงินมา
                        3) เงื่อนไข   
                                   * นักเรียนไม่สามารถกลับบ้านเพื่อไปเอาเงินได้
                        4) แนวทางหรือประสบการณ์เดิม
                                   * ยอมอดอาหารกลางวัน
                        5) แนวทางใหม่
                                   * ปรึกษาเพื่่อนคนอื่นๆ ที่มีประสบการณ์คล้ายกัน
                                   * ปรึกษาครูแนะแนวหรือครูประจำชั้น
                                   * ขอรับประทานอาหารกับเพื่อนสนิท
 ขั้นตอนที่ 2 วางแผนการแก้ปั้ญหา
                       1) บันทึกทางเลือกไว้ทุกประเด็นที่สามารถเป็นไปได้
                       2) ลำดับความเป็นไปได้มากที่สุดของการแก้ปัญหา 2-3 วิธี เช่น 
                                   * ยอมอดอาหาร
                                   * ขอรับประทานอาหารกับเพื่อนสนิท
                                   * บอกเหตุผลกับครูประจำชั้นล
ขั้นตอนที่ 3 ดำเนินการแก้ัปัญหา
                                   * ยอมอดอาหารกลางวัน (*ถ้าในขณะดำเนินการแก้ปัญหาด้วยวิธีอดอาหารกลางวัน เมือครูทราบเรื่องแล้วให้ยิมเงินไปซื้ออาหาร นักเรียนก็สามารถเปลี่ยนแปลงวิธีแก้ปัญหาได้)
ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบและปรับปรุง
                                   * เมื่อดำเนินการแก้ปัญหาโดยยอมอดอาหารกลางวันแล้ว นักเรียนต้องนำผลการแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้มาตรวจสอบว่าเป็นวิธีที่ดีหรือไม่ดี เช่น เมื่ออดอาหารกลางวันแล้วทำให้ปวดท้อง ไม่สามารถเรียนต่อได้ แสดงว่าเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ไม่ดี นักเรียนต้องปรับปรุงและเปลี่ยนวิธีใหม่ที่ดีกว่านี้ ถ้าปัญหาเดิมซ้ำอีก


ที่มา : หนังสือคู่มือครู วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ชั้น ป.6 : สำนักพิมพ์ อจท.

--------------------------------------------------------------------------------

คำถาม 

        นักเรียนคิดว่าขั้นตอนใดในการแก้ปัญหามีความสำคัญที่สุด เพราะเหตุใด จงให้เหตุผล
ให้ตอบในช่องแสดงความคิดเห็น พร้อมทั้งระบุชื่อของผู้ตอบด้วย

วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การจัดการข้อมูลสารสนเทศ

การจัดการข้อมูลสารสนเทศ




มีวิธีการจัดการข้อมูลสารสนเทศดังต่อไปนี้
         
         1. การรวบรวมข้อมูล   หมายถึง  การนำข้อมูลจากหลายๆแหล่งข้อมูลและหลายๆชุดข้อมูล มาจัดเก็บไว้เพื่อรอการคัดกรอง ตรวจสอบ ก่อนนำไปจัดทำเป็นสารสนเทศต่อไป
        
         2. การตรวจสอบข้อมูล  
                   ข้อมูลที่ได้มาจากการสืบค้นบนเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งมีจำนวนมากมายนั้น ก่อนจะนำไปประมวลผลเพื่อจัดทำสารสนเทศ ควรมีการตรวจสอบความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ และเลือกเฉพาะข้อมูลที่ตรงกับเป้าหมายการนำไปใช้เท่านั้น การตรวจสอบข้อมูลมีประเด็นที่ควรคำนึงดังนี้
              - ข้อมูลมีความถูกต้องและทันสมัย
              - มีการอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลที่น่าเชื่อถือกำกับไว้
              - ผู้เขียนเนื้อหาเป็นใคร เป็นหน่วยงานภาคการศึกษา หน่วยงานรัฐ หรือบุคคลทั่วไป
              - ถ้าเป็นข้อมูลเรื่องเดียวกัน หากหลายๆแหล่งข้อมูลกล่าวไว้ตรงกัน ก็ถือว่ามีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
          
         3. การประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ
                   เมื่อมีการรวบรวมข้อมูลตามที่สนใจจากที่ต่างๆแล้ว ให้นำข้อมูลมาดำเนินการอาจเป็นการคำนวณกรณีข้อมูลเป็นตัวเลข  หรือเรียงลำดับ จัดกลุ่ม ซึ่งล้วนเป็นการประมวลผล (processing) ทั้งสิ้น การประมวลผลข้อมูลสารสนเทศมี 3 ขั้นตอน ดังนี้
                  3.1 การเตรียมข้อมูล (Input)  ในขั้นตอนนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงสภาพข้อมูลให้เหมาะสม เช่น การทำรหัสแทนข้อมูลจริง เช่น ชาย แทนด้วย 1 ส่วนหญิง แทนด้วย 2 จากนั้นนำข้อมูลมาบันทึกลงสื่อคอมพิวเตอร์ 
                  3.2 การประมวลผล  (Processing) นำข้อมูลมามาดำเนินการคำนวณเพื่อหาค่าทางสถิติต่างๆ ปัจจุบันนิยมใช้โปรแกรมสำเร็จรูปในคำนวณ 
                  3.3 การรายงานผล (Output)  เป็นการนำข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลมาแสดงให้ผู้ที่ต้องการสารสนเทศนำไปใช้ประโยชน์ ได้อย่างสะดวก ง่าย และมองเห็นภาพ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของตาราง ภาพ แผนภูมิชนิดต่างๆ 

            4. การเก็บข้อมูลและสารสนเทศ
                    เมื่อได้ข้อมูลและสารสนเทศแล้ว ควรมีการเก็บรักษาไว้ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลและสารสนเทศดัวย ดังนี้
                   4.1 การบันทึกข้อมูลในสือบันทึกต่างๆ เช่น ในหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ (Hard Disk) แผ่นดิสก์ (Diskette)  และในการเลือกสื่อบันทึกข้อมูลจะต้องพิจารณาถึงความทนทาน สะดวกต่อการจะเรียกใช้งาน
                   4.2 การทำสำเนาถาวร  เป็นการเก็บรักษาข้อมูลเพื่อป้องกันการสูญหายของข้อมูลและสารสนเทศที่สำคัญ นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ต่อการแจกจ่ายข้อมูลและสารสนเทศไปยังผู้ที่ต้องการนำไปใช้ประโยชน์หรือการส่งต่อให้ผู้ที่ต้องการ ดังนั้นการทำสำเนาจึงต้องมีความสำคัญ ซึ่งการทำสำเนาเอกสารมีหลายแบบ เช่น การพิมพ์ออกมาเป็นเอกสาร จัดทำเป็นแฟ้มข้อมูล การถ่ายเอกสารเก็บไว้ เป็นต้น
          สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องการเก็บรักษาข้อมูล จาก                 www.school.obec.go.th/kudhauchangless5011.htm

ที่มา : หนังสือคู่มือครู วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ชั้น ป.6 : สำนักพิมพ์ อจท.

**************************************************************

ใบงาน  

           ให้นักเรียนสร้างเนื้อหาความรู้ เรื่อง อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูลและสารสนเทศ มาอย่างน้อย 5 ชนิด  ลงในบล็อกส่วนตัวและจัดทำลิงค์เชื่อมโยงบนกระดานแสดงความคิดเห็นมาด้วย 

วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ข้อสอบสารสนเทศ O-NET ปี 50

1. คำถาม ข้อใดคือการทำรายงานโดยค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตที่ถูกต้อง ?
1. ค้นหาบทความในอินเตอร์เน็ตโดยใช้ search engine แล้วคัดลอกมาเป็นรายงาน
2. ค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ search engine แล้วคัดลอกมาทำรายงาน พร้อมอ้างอิงเอกสารต้นฉบับ
3. ค้นข้อมูลเพื่อทำรายงาน โดยใช้ search engine แล้วคัดลอกมาเป็นรายงาน พร้อมอ้างอิง search engine
4. ค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ search engine แล้วอ่านข้อความสรุปใจความรายงานพร้อมอ้างอิงเอกสารต้นฉบับ

ปล. นักเรียนเลือกข้อใด พร้อมระบุชื่อผู้ตอบมาด้วยครับ

เฉลย  ข้อ 4  คำอธิบาย ในการทำรายงานโดยค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตที่ถูกต้อง ผู้จัดทำจะต้องค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ search engine เช่น google, bing, yahoo เป็นต้น  แล้วอ่านข้อความสรุปใจความรายงานพร้อมอ้างอิงเอกสารต้นฉบับ เพื่อสามารถกลับไปค้นหาข้อมูลอีกครั้งในโอกาสต่อไป

วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2554

การใช้งาน windows7 ตอนที่ 7

การใช้งาน windows7 ตอนที่ 6

การใช้งาน windows7 ตอนที่ 5

การใช้งาน windows7 ตอนที่ 4

การใช้งาน windows7 ตอนที่ 3

การใช้งาน windows7 ตอนที่ 2

การใช้งาน windows7 ตอนที่ 1

วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2554

กิจกรรมเข้าค่ายวิชาการวิทยาศาสตร์


 เป็นกิจกรรมการเข้าค่ายวิชาการ วิชาวิทยาศาสตร์ โดยผ่านสื่อคอมพิวเตอร์และเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ





วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ไวรัสเกิดมาทำไม ตอนที่ 3

ไวรัสเกิดมาทำไม ตอนที่ 2

ไวรัสเกิดมาทำไม ตอนที่ 1

การใช้คอมพิวเตอร์ที่ถูกต้อง

คอมพิวเตอร์น่ารู้

ซอฟท์แวร์

คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์

วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ผลงานการคิดวิเคราะห์จากนิทานเต่ากับกระต่าย

ของนักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนบ้านไร่พรุ





นิทานเรื่องเต่ากับกระต่าย

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีกระต่ายตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในป่ามันวิ่งได้เร็วมาก   จนหลงตัวเองว่าในป่าแห่งนี้ไม่มีใคร  วิ่งเร็วชนะตนเองได้ วันหนึ่งกระต่ายเดินร้องเพลงมาอย่างสบายใจ  และพบกับเต่าเข้า เห็นเต่าคลานต้วมเตี้ยมผ่านหน้าไป กระต่ายจึงพูดกับเต่าว่า
“มัวแต่คลานต้วมเตี้ยมอยู่แบบนี้เมื่อไหร่จะถึงบ้านล่ะ   แบบนี้ข้าว่า ข้าต่อให้เจ้าคลานล่วงหน้าไปก่อนสักครึ่งวันข้าก็วิ่งตามทัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า” กระต่ายหัวเราะเยาะเย้ยเจ้าเต่า

“ข้าก็คลานของข้าแบบนี้มาตั้งนานแล้ว” เต่ารู้สึกไม่พอใจที่กระต่ายพูดจาแบบนั้นใส่ตน แล้วพูดต่ออีกว่า       “กระต่ายหลงตัวเองอย่างเจ้าไม่เห็นว่าจะเก่งตรงไหน ดีแต่โม้ไปวันวัน”
กระต่ายผู้ทะนงในความวิ่งเร็วของตนเอง  เห็นเต่าพูดจาอย่างนั้นจึงพูดขึ้นว่า 
“งั้นแน่จริงกล้าวิ่งแข่งกับข้าไหมล่ะ?  เจ้าเต่าต้วมเตี้ยม ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่กล้าล่ะสิ”

เต่า ตอบทันควันว่า  “ตกลง…เรามาวิ่งแข่งกัน  ใครถึงเส้นชัยก่อนคนนั้นชนะ”
กระต่ายแทบไม่เชื่อหูตัวเอง  “เจ้านะเหรอกล้าท้าแข่งกับข้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า  ข้าต่อให้เจ้าก่อนก็ได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

ทันใดนั้นเจ้านกน้อยบินผ่านมาพอดี เต่าและกระต่ายจึงขอให้นกน้อยเป็นกรรมการตัดสินให้   เมื่อการแข่งขัน
เริ่มขึ้น  กระต่ายวิ่งออกจากจุดเริ่มต้นด้วยความเร็วสุดฝีเท้านำเต่าไปก่อน  พอถึงกลางทางหันกลับไปมองข้างหลังไม่เห็นแม้แต่เงาของเต่าเจ้ากระต่ายจึงนั่งพักที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างทางจนเผลอหลับไป  ส่วนเจ้าเต่ายังคงคลานต้วมเตี้ยมๆอย่างไม่    ย่อท้อ  โดยมีเพื่อนสัตว์ป่าส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจ  เนื่องจากเพื่อนทุกตัวไม่ชอบนิสัยของเจ้ากระต่ายขี้คุย เจ้าเต่ายังคงคลานต่อไปจนแซงหน้ากระต่ายที่มัวแต่นอนหลับอยู่
เจ้ากระต่ายสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกทีเมื่อเจ้าเต่าคลานจะถึงเส้นชัยแล้ว มันรีบวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วหวังจะไล่ให้ทัน
แต่ก็สายไปเสียแล้ว พวกสัตว์ป่าต่างห้อมล้อมเข้าไปแสดงความยินดีกับเต่าตัวแรกที่สามารถเอาชนะกระต่ายได้ในการวิ่งแข่งขัน เป็นตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้
                                                            นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น

ภาพวาดเศรษฐกิจพอเพียง


     ภาพวาดหัวข้อเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยโปรแกรม Paint ของนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านไร่พรุ สพป.ตรังเขต 1